เรียนต่ออังกฤษ

ประเทศอังกฤษ

อังกฤษ (อังกฤษ: England) หรือในอดีตเรียกว่า แคว้นอังกฤษ เป็นประเทศอันเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร มีพรมแดนทางบกติดต่อกับสกอตแลนด์ทางเหนือ และเวลส์ทางตะวันตก ทะเลไอร์แลนด์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ทะเลเซลติกทางตะวันตกเฉียงใต้ ทะเลเหนือทางตะวันออก และช่องแคบอังกฤษซึ่งคั่นระหว่างอังกฤษกับยุโรปแผ่นดินใหญ่ พื้นที่ประเทศอังกฤษส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางตอนกลางและตอนใต้ของเกาะบริเตนใหญ่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ประเทศอังกฤษยังรวมถึงเกาะที่เล็กกว่าอีกกว่า 100 เกาะ เช่น หมู่เกาะซิลลีย์และเกาะไวท์

คำว่า “อิงแลนด์” (England) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาอังกฤษของอังกฤษในปัจจุบัน ได้มาจากชื่อ “อังเกิล” (Angles) ซึ่งเป็นชนเผ่าหนึ่งในบรรดาชนเผ่าเยอรมันหลายเผ่าที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ ตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 6 โดยมาจาก “Engla Land” และกลายมาเป็น “England” ในปัจจุบัน

ภูมิประเทศของอังกฤษส่วนมากประกอบด้วยเขาเตี้ยๆ และที่ราบ โดยเฉพาะทางตอนกลางและตอนใต้ของอังกฤษ อย่างไรก็ดี ทางเหนือและทางตะวันตกเฉียงใต้เป็นที่สูง วินเชสเตอร์เป็นเมืองหลวงเก่าของอังกฤษกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นลอนดอนใน พ.ศ. 1609 ปัจจุบัน ลอนดอนเป็นเขตมหานครใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรและพื้นที่เมืองใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรปเมื่อวัดด้วยเกณฑ์ส่วนใหญ่ ประชากรอังกฤษมีอยู่ราว 51 ล้านคน คิดเป็น 84% ของประชากรสหราชอาณาจักร และส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในกรุงลอนดอน ภาคตะวันออกเฉียงใต้และเขตเมืองขยายในภาคมิดแลนด์ส ภาคตะวันตกเฉียงเหนือและยอร์กเชอร์ ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19

ราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งหลังจาก พ.ศ. 1827 รวมเวลส์เข้าไปด้วยนั้น เป็นรัฐอธิปไตยกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2250 เมื่อพระราชบัญญัติสหภาพมีผลใช้บังคับตามเงื่อนไขซึ่งตกลงกันในสนธิสัญญาสหภาพเมื่อปีก่อน ส่งผลให้มีการรวมทางการเมืองกับราชอาณาจักรสกอตแลนด์ และสถานปาราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ พ.ศ. 2344 บริเตนใหญ่รวมกับราชอาณาจักรไอร์แลนด์ ผ่านพระราชบัญญัติสหภาพอีกฉบับหนึ่งกลายเป็นสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ พ.ศ. 2465 รัฐอิสระไอร์แลนด์ได้รับการสถาปนาเป็นอาณาจักรแยกต่างหาก แต่ Royal and Parliamentary Titles Act 1927 รวมไอร์แลนด์เหนือเข้ากับสหราชอาณาจักรอีกครั้ง และสถาปนาสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือปัจจุบันอย่างเป็นทางการ

 

ภูมิประเทศและที่ตั้ง
ประเทศสหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หรือที่รู้จักกันดีในนามของประเทศอังกฤษ เป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศสวยงาม และความเจริญทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และการศึกษา เป็นดินแดนที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างวัฒนธรรม พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย พื้นที่ของประเทศประกอบไปด้วย 2 เกาะขนาดใหญ่ คือ เกาะใหญ่ (The Great Britain) ซึ่งหมายถึงเกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่รวมอาณาเขตของอังกฤษ (England) เวลส์ (Wales) และสก็อตแลนด์ (Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีกรุงลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงของประเทศที่ตั้ง

ประเทศสหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หรือที่รู้จักกันดีในนามของประเทศอังกฤษ เป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศสวยงาม และความเจริญทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และการศึกษา เป็นดินแดนที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างวัฒนธรรม พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย พื้นที่ของประเทศประกอบไปด้วย 2 เกาะขนาดใหญ่ คือ เกาะใหญ่ (The Great Britain) ซึ่งหมายถึงเกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่รวมอาณาเขตของอังกฤษ (England) เวลส์ (Wales) และสก็อตแลนด์ (Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีกรุงลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงของประเทศ

สภาพภูมิอากาศ
ภูมิประเทศของเกรท บริเทน (Great Britain) เป็นประเทศที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก จัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาว มีความชื้นสูง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง อากาศทางตอนเหนือจะสูงกว่าอากาศทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางภาคตะวันออก อุณหภูมิโดยเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม ประมาณ 5 องศาเซลเซียสและสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ประมาณ 18 องศาเซลเซียส

ประชากร 

สหราชอาณาจักรมีประชากรประมาณ 63.8 ล้านคน โดยอาศัยอยู่กระจายตามส่วนต่าง ๆ ของประเทศดังนี้

ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร

  • พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำ มีประชากรทั้งสิ้น 54.2 ล้านคน โดยอาศัยอยู่ในเมืองหลวง (London) มากที่สุดถึง 7.75 ล้านคน รองลงมาอีกประมาณ 3 ล้านคน อาศัยอยู่ที่เมือง Birmingham และเมือง Manchester
  • ประเทศสก็อตแลนด์ มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า Edinburgh ซึ้งมีพื้นใหญ่รองลงมาจาก London ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ว่างเปล่า และยังคงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว อาทิเช่น ทะเลสาบ และแหล่งน้ำธรรมชาติ ประเทศสก็อตแลนด์มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 5.1 ล้านคน
  • ประเทศเวลส์ มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า Cardiff ที่มีประชากรมากที่สุดถึง 2.9 ล้านคน ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชายฝั่งทะเล ทะเลสาบ และภูเขาสูง ซึ่งเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรม Electronics ชิ้นส่วนรถยนต์การเงิน และการดูแลสุขภาพ
  • แคว้นไอร์แลนด์เหนือ มีเมืองหลวงคือ Belfast ลักษณะเป็นแคว้นเล็กๆ และมีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชนบท มีอัตราค่าครองชีพต่ำสุด ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษา Irish Grali

 

ฤดูกาล มีทั้งหมด 4 ฤดู คือ

ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคมอากาศ ส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน- เดือนพฤศจิกายนอากาศจะเย็นขึ้นเรื่อย ๆใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์อากาศช่วงนี้ จะหนาวมากที่สุด มีหิมะตกในบางพื้นที่กลางคืนจะยาวกว่า กลางวันและมืดเร็วกว่าปกติ
ฤดุใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม- เดือนพฤษภาคม์อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก บางวันอากาศอบอุ่น มีแสงแดดจัดใน ตอนเช้า และเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนาวเย็นหรือ ฝนตกในช่วงบ่าย

เวลา
ประเทศอังกฤษมีเวลาช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม และช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง ในช่วงปลายเดือนตุลาคม – ปลายเดือนมีนาคม

ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศ คือ ระบบ 240 V. AC 50 Hz เหมือนในประเทศไทย แต่จะใช้ปลั๊กไฟ 3 ขา ซึ่งต่างจากบ้านเรา หากต้องการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปด้วย ควรจะเตรียมปลั๊กไฟฟ้า 3 ขา ดังในรูปภาพไปด้วย โดยแนะนำให้นำปลั๊กสามตาไปด้วยเพื่อต่อพ่วงเพื่อที่จะสามารถใช้ชารจ์ไฟฟ้าได้หลายอย่างในครั้งเดียวกัน

น้ำประปา
การประปาของสหราชอาชอาณาจักรมีระบบการทำน้ำประปาที่สะอาดมาก ซึ่งเราสามารถดื่มน้ำจากก๊อกน้ำตามบ้านหรือสาธารณะโดยไม่ต้องผ่านการกรองได้ โดยนักเรียนสามารถดื่มได้เฉพาะน้ำเย็นเท่านั้น ส่วนน้ำร้อนนั้นไม่ควรดื่ม เพราะมีการเติมสารเคมีระบบเงินตราสหราชอาณาจักรใช้สกุลเงิน ปอนด์(Pound) เป็นหน่วยเงินประจำประเทศ สกุลเงินแบ่งออกเป็นธนบัตรทั้งหมด 4 ชนิด คือ ธนบัตรใบละ 5,10, 20 และ 50 ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี นักเรียนสามารถแลกเงินได้ที่ธนาคารทั่วไปหรือสถานที่รับแลกเงินที่เรียกว่า bureau de change เช่น Thomas Cook, American Express, Chequepointและ Exchange International นอกจากนั้นในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เช่น แฮร์รอดส์ หรือมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ จะมีเคาน์เตอร์แลกเงินด้วย โดยควรสอบถามอัตราแลกเงินจากธนาคารต่างๆ เพื่อให้ได้อัตราที่ดีที่สุด เวลาทำการของธนาคารคือ ตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.30 – 15.30 น. มีบางแห่งที่ปิดเวลา 17.00 น. เช่น บางสาขาของธนาคาร Bank of Scotland และบางแห่งเปิดทำการในวันเสาร์ด้วยตั้งแต่เวลา 9.30 – 12.00 น. คือ Nat West

สกุลเงิน ธนาคาร และบัญชีธนาคาร

สกุลเงิน
สกุลเงินของอังกฤษคือ เงินปอนด์ หรือ £   เรียก ปอนด์สเตอร์ลิง (สหราชอาณาจักร) 100 เพนนี เป็น 1 ปอนด์
ธนบัตรประกอบด้วย 5, 10, 20 และ 50 ปอนด์
เหรียญประกอบด้วย 1, 2, 5, 10, 20, 50 เพนนี และ 1, 2 ปอนด์

รายชื่อธนาคารและการติดต่อ

http://www.kbeautifullife.com/UserFiles/Image/education/inter/UK/Untitled-uk2_clip_image002_0000.jpg www.natwesr.com
http://www.kbeautifullife.com/UserFiles/Image/education/inter/UK/Untitled-uk2_clip_image002_0001.jpg www.baecleys.co.uk
http://www.kbeautifullife.com/UserFiles/Image/education/inter/UK/Untitled-uk2_clip_image002_0002.jpg www.lloydstsb.com
การติดต่อสื่อสาร
ที่ทำการไปรษณีย์ เวลาทำการมักเปิดตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.00 – 17.30 น. และในวันเสาร์ เวลา 9.00 – 12.00 น. แต่ที่ทำการที่ Trafalgar Square เลขที่ 24 William IV Street, WC2 ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของ Trafalgar Square เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8.00 – 20.00น. ที่ทำการไปรษณีย์แห่งนี้ สามารถหาซื้อแสตมป์สะสมที่จัดทำขึ้นตามเทศกาลต่างๆ เช่น ช่วงคริสต์มาสได้
แสตมป์ทั่วไปสามารถหาซื้อได้ตามที่ทำการไปรษณีย์และร้านขายหนังสือพิมพ์ จดหมายในประเทศติดแสตมป์ 32 เพนซ์จะส่งถึงวันรุ่งขึ้น ถ้าต้องการส่งกลับมาประเทศไทย 67 เพนซ์สำหรับจดหมาย (ราคาต่ำสุด)
ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ สามารถหาได้จาก http://www.royalmail.com/portal/rm
ตู้ไปรษณีย์สีแดงแบบเก่ามีตั้งอยู่ริมถนนทั่วไป ส่วนตู้แบบใหม่สีแดงเหมือนกันแต่ขนาดเล็กกว่าจะอยู่กับผนังตึก

โทรศัพท์

  • อัตราค่าโทรศัพท์ขึ้นอยู่กับระยะทางและระยะเวลาที่ใช้ การโทรศัพท์ออกนอกประเทศ ช่วงระยะเวลาที่ ประหยัดคือตั้งแต่เวลา 18.00 – 08.00 น. สอบถามค่าบริการอีกครั้งด้วยการหมุนไปที่หมายเลข 155 หากโทรศัพท์โดยผ่านโอเปอเรเตอร์ต้องเสียค่าบริการมากกว่าโทรโดยตรง
  • หากจะโทรศัพท์มาประเทศไทยด้วยโทรศัพท์สาธารณะต้องหมุน : 00+66+รหัสเมือง+หมายเลขที่ต้องการ เช่น โทรมาที่กรุงเทพฯ หมายเลข 02-2612500 ต้องหมุน 00-66-2-2612500 เป็นต้น
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ผ่านโอเปอเรเตอร์ไทยเพื่อเรียกเก็บเงินปลายทางคือ 0800 89 0066 สำหรับผู้ที่ มีความประสงค์จะโทรศัพท์จากประเทศไทยไปลอนดอน สามารถทำได้โดยกดรหัส 001 44 20 หรือ 001 44 181

โทรศัพท์มือถือ

  • ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเป็นที่นิยมเนื่องจากสามารถพกพาได้สะดวก นักเรียนนำโทรศัพท์จากเมืองไทยไปใช้ประเทศอังกฤษได้ (ยกเว้นโทรศัพท์ในระบบ CDMA)
  • หลายเครือข่ายโทรศัพท์มีให้เลือกใช้ ทั้งผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น Vodafone, Orange และผู้ให้บริการระหว่างประเทศในราคาประหยัด เช่น Lebara
  • ซิมการ์ดสามารถหาซื้อได้ที่สนามบินหรือร้านโทรศัพท์มือถือทั่วไป
  • การเติมเงิน สามารถซื้อบัตรเติมเงินได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป

ควร – ไม่ควรในอังกฤษ

  • ควรกล่าวคำนำหน้าชื่อ เช่น มิสเตอร์ มิส มิสซิส ทุกครั้งเพื่อเป็นการให้เกียรติคนอังกฤษที่เราเพิ่งรู้จัก
  • หากพบเห็นพวกพั้งค์หรือวัยรุ่นที่แต่งกายแปลกประหลาด อย่าถ่ายรูป พวกเขาโดยพลการ อาจเกิดเรื่องราวขึ้นได้
  • คนอังกฤษรักสัตว์มาก โดยเฉพาะสุนัขและม้า ดังนั้นอย่าเผลอแสดงเอ็นดูอย่างรุนแรงกับสัตว์ มิฉะนั้นอาจถูกพลเมืองดีแจ้งตำรวจจับได้โดยง่าย
  • ชาวอังกฤษไม่นิยมส่งเสียงดัง และต้องเข้าคิวเสมอไม่ว่าจะเป็นการซื้อตั๋วรถไฟ การซื้ออาหาร การขึ้นรถประจำทาง หรืออื่นๆ การแซงคิวถือเป็นมารยาทที่ไม่สุภาพ
  • ควรกล่าวคำสุภาพ Please / Sorry และ Thank you เสมอทุกครั้งที่มีโอกาสและเป็นสิ่งจำเป็น
  • การยืนขวางทางเป็นการไม่สุภาพเช่นกัน หากต้องการพูดคุยกัน ไม่ควรยืนขวางทางบริเวณประตูทางเข้าออก หรือบริเวณทางเท้าที่ขวางทางสัญจร
  • หากนักเรียนใช้บริการ Tube หรือ Underground ใน Londonเมื่อจะขึ้นลงบันไดเลื่อน ถ้าต้องการยืน (โดยไม่เดินบันไดขึ้นด้วยตนเอง) “ยืนด้านขวา“ (Stand on the Right) ด้านซ้ายจะใช้เฉพาะผู้ที่รีบ และต้องการเดิน ทั้งขึ้นหรือลงบันได

ข้อควรระวังในการเดินทางท่องเที่ยวในอังกฤษ

  • แม้คนอังกฤษจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์ที่สุดชาติหนึ่งของโลก แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้มีคนมากหน้าหลายตาเข้าไปทำกินในอังกฤษทำให้นักท่องเที่ยวต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ในที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ย่านท่องเที่ยวหรือย่านช้อปปิ้ง ควรระวังนักล้วงกระเป๋าหรือวิ่งราว หากเลือกซื้อของหรือลองเสื้อผ้าก็ไม่ควรวางข้าวของสัมภาระทิ้งไว้
  • ช่วงเวลากลางคืนไม่ควรใส่เครื่องประดับมีค่าและผู้หญิงไม่ควรโดยสารรถไฟใต้ดินแต่ลำพังในยามวิกาล รวมทั้งไม่ควรไปเดินเล่นในสวนสาธารณะที่มีอยู่มากมาย
  • การพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตัว อาทิ มีด ปืนไฟฟ้า หรือปืนพกเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนที่จะเจอผู้ร้ายคนพกอาจถูกจับเสียเองก่อน และโทษก็สูงมากด้วย
  • ร้านค้าโดยเฉพาะร้านขายของที่ระลึกและร้านขายอาหารในแหล่งท่องเที่ยวบางร้าน อาจโก่งราคาจนเกินจริง ควรเลือกร้านที่มีเมนูพร้อมราคาติดไว้ที่หน้าร้าน แม้แต่น้ำอัดลมแบบกระป๋องก็อาจมีการถูกโก่งราคาได้ ควรสอบถามราคาให้ แน่ใจเสียก่อน หรือซื้อจากร้านที่ติดราคาแน่นอน เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือคอนวีเนียนสโตร์
  • หากเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ ควรรีบแจ้งตำรวจ ซึ่งมีรักษาการณ์อยู่ให้เห็นทุกหนแห่งทั้งตำรวจเดินเท้าและตำรวจขี่ม้าโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวช้อปปิ้งที่มีคนพลุกพล่านนั้น มีตำรวจเดินตรวจตราอยู่ตลอดเวลา

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศอังกฤษ

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 1. Stonehenge

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ Stonehenge

สุดยอด สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ ต้องยกให้ สโตนเฮนจ์ กลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ บนที่ราบ Salisbury บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ ประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ที่มาของ สโตนเฮนจ์ ยังไม่มีบทสรุปที่แท้จริง มีเพียงข้อสันนิษฐานมากมาย นักโบราณคดีเชื่อว่า กองหินนี้ถูกสร้างขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง เมื่อประมาณ 3000 – 2000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยการคำนวณอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าแท่งหินยักษ์ทั้งหมดถูกชักลากมาจากที่อื่น เนื่องจากที่ราบบริเวณนั้นไม่มีหิน ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจาก “ทุ่งมาร์ลโบโร” ที่อยู่ห่างออกไป 40 กิโลเมตร แต่ก็มีความเชื่อไปในทางเดียวกันว่า สโตนเฮนจ์ น่าจะถูกสร้างขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในยุคโบราณ ด้วยความอัศจรรย์และความลึกลับที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัด สโตนเฮนจ์ จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 2. Big Ben

หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หรือรู้จักกันดีในชื่อของ บิ๊กเบน หอเก่าแก่นี้ถูกสร้าง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2377 หลังจากไฟไหม้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์เดิม แท้จริงแล้ว บิ๊กเบน ไม่ใช่ชื่อหอนาฬิกา แต่เป็นชื่อของ ระฆังหนัก 13 ตัน ซึ่งแขวนอยู่ตรงช่องลมเหนือหน้าปัดนาฬิกา และคำว่า บิ๊กเบน นั้นนำมาจากชื่อของ เซอร์ Benjamin Hall ชายคนแรกที่สั่งซื้อระฆัง Big Ben มีความสูง 96.3 เมตร เป็นหอนาฬิกาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งอังกฤษ ทั้งยังปรากฏในภาพยนตร์หลายเรื่อง

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 3. Windsor Castle

สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ ที่คุ้นชื่อกันดี พระราชวังวินด์เซอร์ เป็นหนึ่งในที่ประทับของ Queen Elizabeth ที่สอง ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และถือเป็นพระราชฐานที่ยังมีผู้อยู่อาศัยที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก พระมหากษัตริย์และกษัตรีย์แห่งอังกฤษเกือบทุกพระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างและพัฒนา พระราชวังวินด์เซอร์ จากประวัติตามรัชสมัยต่างๆ ในยามสงบจากศึก พระราชวังวินด์เซอร์ ถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ ในยามสงคราม พระราชวังวินด์เซอร์ จะถูกใช้เป็นป้อมปราการด้วยการสร้างเสริมอย่างแน่นหนา และระบบนี้ยังคงใช้สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 4. York Minster

มหาวิหารยอร์ก เป็นคริสต์ศาสนสถานแบบกอธิค ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตอนเหนือ (รองจากมหาวิหารโคโลญ ประเทศเยอรมนี) มหาวิหารยอร์ก เริ่มสร้างใน ปี ค.ศ. 1230 และเสร็จสมบูรณ์ใน ปี ค.ศ. 1472 เป็นสิ่งก่อสร้างที่รวมลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบกอธิคไว้ทั้งหมด สิ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่จดจำ คือ หน้าต่างบานใหญ่ ชื่อ “Great East Window” สร้างใน ปี ค.ศ. 1408 ถือเป็นหน้าต่างประดับกระจกสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 5. Durham Cathedral

มหาวิหารเดอรัม คริสตจักรมหาวิหารของพระคริสต์ พระนางมารีย์พรหมจารี และเซนต์คัธเบิร์ตแห่งเดอรัม ตั้งอยู่ที่ เมืองเดอรัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ  เป็นตึกนอร์มันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษ โครงสร้างของ มหาวิหารเดอรัม เป็นหิน ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1093 ลักษณะโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นแบบโรมาเนสก์ มีหอคอยสูง 66 เมตร มีบันไดขึ้นทั้งหมด 325 ขั้น ภายหลังได้รับการบูรณะและเพิ่มเติมบางส่วน แต่โดยรวมแล้ว มหาวิหารเดอรัม ก็ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมแบบนอร์มัน ในปี ค.ศ. 2011 สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ แห่งนี้ ได้รับการโหวตจากโพลของสำนักข่าว BBC ให้เป็น สิ่งก่อสร้างที่น่าหลงใหลมากที่สุดในเกาะอังกฤษ องค์การยูเนสโกยกให้ มหาวิหารเดอรัม เป็น มรดกโลก พร้อมกับ ปราสาทเดอรัม ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม ริมแม่น้ำเวียร์

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 6. The Cotswolds

คอทส์โวลส์ แนวเนินเขาละมุนน่าสัมผัส เมืองที่มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่ชวนหลงใหลที่สุด หนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ จุดที่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเล คือ ระยะ 330 เมตร สถานที่ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ได้แก่ หมู่บ้านที่สร้างจากหินสีน้ำผึ้ง ย่านเมืองเก่าแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอังกฤษ

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 7. Tower of London

หอคอยแห่งลอนดอน สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอน เป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการ สร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 เพื่อป้องกันการโจมตีของชาวเมืองที่ต่อต้านชาวนอร์มัน ต่อมา หอคอยแห่งลอนดอน  ถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษที่มียศศักดิ์สูง ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1100 จนถึง กลางศตวรรษที่ 20 และที่แห่งนี้ถูกโจษจันว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สุดหลอน

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 8. Lake District

เที่ยวประเทศอังกฤษ

อีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ Lake District อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ในมณฑลคัมเบรีย จุดดึงดูดใจอยู่ที่ทะเลสาบและเทือกเขา ซึ่งเกิดจากการระบิดของธารน้ำแข็งในยุคสมัยก่อน เกิดเป็นภาพน้ำ ภาพเขา สวยจับใจ จนทุกวันนี้ Lake District เป็นอีกหนึ่งจุดหมายชื่อดังสำหรับนักปีนเขา ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือน ราว 14 ล้านคน

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 9. Warwick Castle

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ Warwick Castle

ปราสาทวอริค โครงสร้างเดิมเป็นไม้ สร้างโดย สมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ ใน ปีค.ศ. 1068 และได้รับการบูรณะใหม่ โดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเป็นหินในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ช่วงสงครามร้อยปี ด้านหน้าของ ปราสาทวอริค ที่หันตรงข้ามกับเมือง ก็ได้รับการเสริมสร้างให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ ปราสาทวอริค กลายเป็นที่จดจำว่าเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมทางการทหารในคริสต์ศตวรรษที่ 14 เมื่อปี ค.ศ. 2001 ปราสาทวอริค ถูกขนานนามว่าเป็น 1 ใน 10 ของอนุสรณ์สถานแห่งประวัติศาสตร์ชาติ และเป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุด

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ 10. Hadrian’s Wall

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ Hadrian's Wall

กำแพงเฮเดรียน (Hadrian’s Wall) สร้างขึ้นโดยชาวโรมัน จุดประสงค์เพื่อปกป้องอาณานิคมจากการรุกรานของชนเผ่าสก็อตแลนด์ มีความยาว 117 เมตร พาดขวางแนวตอนเหนือของเกาะอังกฤษ ตั้งแต่ทะเลไอริชจนถึงทะเลเหนือ กำแพงเฮเดรียน เริ่มสร้างในรัชสมัยของจักรพรรดิเฮเดรียนในปี ค.ศ. 122 เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลา 6 ปี ปัจจุบัน มีเพียงกำแพงส่วนกลางที่ยังคงปรากฏให้เห็น สามารถเดินได้ตลอดแนวกำแพง ด้วยความเก่าแก่และสวยงาม กำแพงเฮเดรียน จึงเป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องที่ ประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และจดทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี ค.ศ. 1987

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Your Message